ข่าวประจำสัปดาห์ 05.11-09.11.2018


สัปดาห์นี้จะเป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่สำคัญที่สุดของเดือนหรืออาจของปีนี้ เหตุการณ์สำคัญแรกจะเป็นการเลือกตั้งกลางเทอมของสภาคองเกรสสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน และเหตุการณ์ที่สองที่สำคัญไม่แพ้กันคือการประกาศผลการตัดสินใจในอัตราดอกเบี้ยของธนาคารเฟ็ดสหรัฐฯ
6 พฤศจิกายน
การเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐฯ และงานประชุมด้านเศรษฐกิจใหม่

การเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ จะมีขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน ชะตากรรมของประธานาธิบดีคนปัจจุบันจะขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ผู้ลงคะแนนเสียงอาจสนับสนุนรัฐบาลรีพับลีกันชุดปัจจุบันต่อไป หรือโอกาสที่ทรัมป์จะได้รับเลือกตั้งในวาระที่สองอาจจะลดลงก็เป็นได้

อนาคตตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้เช่นกัน หากพรรครีพับลีกันสามารถรักษาและคุมสภาคองเกรสไว้ได้ ดัชนีและตลาดหุ้นต่างๆ ก็จะมีแนวโน้มว่าจะปรับตัวสูงขึ้น หากพรรคเดโมแครตเป็นฝ่ายชนะ คาดว่าตลาดน่าจะตอบสนองในทางลบ โดยเฉพาะหากมีการหยิบยกประเด็นเรื่องการถอดถอนตำแหน่งประธานาธิบดี
_____

งานประชุมทางเศรษฐกิจรอบใหม่จะจัดขึ้นในสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นโดยนายไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กและเจ้าของ Bloomerg โดยนักธุรกิจผู้มีชื่อเสียงและนักการเมืองทรงอิทธิพลจะเข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้

สถานที่จัดงานประชุมดังกล่าวถูกย้ายจากเซี่ยงไฮ้มาเป็นสิงคโปร์เนื่องจากปัญหาสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม นายสี จิ้นผิง ผู้นำจีน จะเข้าร่วมในการประชุมดังกล่าวด้วย บางทีอาจจะมีการหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศในการประชุมในครั้งนี้

7 พฤศจิกายน
อัตราดอกเบี้ยในนิวซีแลนด์ และการเปิดตัวของซัมซุง

ในวันนี้ ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) จะทำการตัดสินใจในเรื่องอัตราดอกเบี้ย คาดว่าไม่น่าจะมีการประกาศข่าวน่าประหลาดใจใดๆ และคาดว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 98.3%

อย่างไรก็ตาม คำแถลงการณ์ของนายเอเดรียน ออร์ ผู้ว่าการธนาคาร RBNZ น่าจะมีความน่าสนใจ โดยถ้อยแถลงของประธานธนาคารมักเป็นแหล่งที่มาของข้อมูลสำคัญว่าด้วยทิศทางนโยบายทางการเงินของประเทศในอนาคต

———

งานเปิดตัวสินค้าใหม่ของบริษัท Samsung จะมีขึ้นในซานฟรานซิสโกระหว่างวันที่ 7 และ 8 พฤศจิกายนนี้ คาดว่าบริษัทจะพยายามนำเสนอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มีความยืดหยุ่นสูง
ความสำเร็จของงานเปิดตัวในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อหุ้นบริษัท Apple
8 พฤศจิกายน
อัตราดอกเบี้ยของธนาคารเฟ็ดสหรัฐฯ

ในวันพฤหัสบดีจะมีการประกาศผลการตัดสินใจใหม่ในอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อพิจารณาตลาดกองทุนฟิวเจอร์สของเฟ็ดแล้วจะพบว่า นักลงทุนมองว่ามีโอกาส 89.5% ที่ธนาคารจะรักษาอัตราดอกเบี้ยให้คงที่ กล่าวคือ ผู้ร่วมตลาดบางท่านอาจคาดการณ์การปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เราคาดการณ์ว่าธนาคารเฟ็ดจะยังคงท่าทีนิ่งเฉย

แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากทำเนียบขาว ธนาคารเฟ็ดยังคงยึดมั่นในนโยบายกีดกันทางการเงิน นักลงทุนคาดว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะเพิ่มขึ้นสี่เท่าในปีปัจจุบันและอีกสามเท่าในปีหน้า อย่างไรก็ตาม ธนาคารเฟ็ดมักจะเว้นระยะสักพักหนึ่งระหว่างการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยแต่ละรอบ

9 พฤศจิกายน
อัตรา GDP ของสหราชอาณาจักร และการปฏิรูป WTO

สหราชอาณาจักรจะประกาศค่า GDP ของไตรมาสที่สาม เราขอเรียนให้ทราบอีกครั้งว่าค่า GDP ในไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 0.4% โดยตามผลการประมาณการเบื้องต้นของเราคาดว่าไม่น่าจะมีการเติบโตในตัวเลขค่า GDP

ข้อสรุปดังกล่าวพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวเลขดัชนีมีอัตราการเติบโตเป็นศูนย์ นอกจากนี้ แม้ว่าการขาดดุลการค้าจะลดลง สถานการณ์ในภาคการบริโภคของอังกฤษก็ไม่ได้พัฒนาขึ้นในไตรมาสที่สาม
———


นางเซซิลเลีย มาล์มสโตรม กรรมาธิการด้านการค้าของอียูจะหารือเรื่องข้อเสนอของคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปในการปฏิรูปการกำกับดูแลการค้าระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคาดว่าจะส่งผลต่อกลไกการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างประเทศ

ความจำเป็นในการปฏิรูปมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นหลังจากปัญหาสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เราขอเรียนให้ทราบว่าประธานาธิบดีทรัมป์กำลังพยายามผลักดันนโยบายกีดกันทางการค้า กล่าวหาองค์กรการค้าโลกว่ามีความลำเอียงและไร้ประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน จีนเป็นฝ่ายที่ปฏิบัติตามกฎกติกาขององค์กร
_____